Case File #003: ปริศนา "กำไรทิพย์"... เงินสดในมือหมดเกลี้ยง แต่ทำไมงบการเงินโชว์กำไรให้เสียภาษี?

เมื่อสรรพากรบอกว่า "รายจ่ายที่คุณจ่ายไป" ไม่มีอยู่จริง... โศกนาฏกรรมทางภาษีจึงเริ่มต้นขึ้น

The Scene: วันปิดงบที่แสนเจ็บปวด

เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นในวันที่ผู้ประกอบการต้องเซ็นรับรองงบการเงินส่งกรมสรรพากร คุณกำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นตัวเลข 2 ชุดที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนอยู่คนละโลก

📱 ความจริงในมือถือ (แอปฯ ธนาคาร) คงเหลือ 200,000 (เงินหมุนเวียนจริง)
📄 ความจริงในกระดาษ (งบการเงิน) กำไรสุทธิ 5,000,000 ⚠️ ภาษีที่ต้องจ่าย ~1,000,000
คุณตะโกนถามด้วยความโมโหทันที "เดี๋ยวครับ... ผมจะเอากำไรที่ไหนมา 5 ล้าน ในเมื่อเงินสดผมจ่ายค่าของ ค่าแรงลูกน้อง ค่าเลี้ยงรับรองลูกค้าไปหมดเกลี้ยงแล้ว" นักบัญชีขยับแว่นตา แล้วตอบกลับมาด้วยประโยคที่เย็นชาที่สุดว่า "ก็รายจ่ายพวกนั้น พี่ไม่มีบิลมาให้ผมนี่ครับ... ในทางกฎหมาย สรรพากรเขาไม่ให้ลงเป็นค่าใช้จ่ายครับ"

The Investigation: ใครคือฆาตกรที่ชื่อว่า "รายจ่ายต้องห้าม"

ในทางบัญชี เราเรียกปรากฏการณ์กำไรทิพย์นี้ด้วยศัพท์เทคนิคว่า "การบวกกลับ" แต่ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายในภาษาคนทำธุรกิจ มันคือกฎเหล็กข้อสำคัญที่ว่า

"ในทางภาษี... การจ่ายเงินไม่ได้จบแค่การโอนเงิน
แต่ต้องจบที่ 'หลักฐาน'"
เมื่อคุณจ่ายเงินออกไป แต่เอกสารไม่สมบูรณ์ หรือพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นคนรับเงิน กรมสรรพากรจะถือว่ารายจ่ายก้อนนั้น "ไม่มีอยู่จริง" และจะทำการดีดตัวเลขก้อนนั้นกลับเข้ามาเป็นกำไรทันที (แม้ว่าเงินในกระเป๋าคุณจะหายไปแล้วจริงๆ ก็ตาม)

หลักฐานมัดตัว (ของกลางที่พบในที่เกิดเหตุ)

จากการตรวจสอบแฟ้มบัญชี ส่วนใหญ่มักพบ "เอกสารขยะ" 3 ชนิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้

  • 1. บิลเงินสดร้านโชห่วย บิลเล่มเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือแค่คำว่า "สด" ไม่มีชื่อที่อยู่ผู้ซื้อ ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีผู้ขาย ถือเป็นเอกสารที่ไม่มีค่าทางกฎหมาย
  • 2. สลิปโอนเงินลอยๆ การโอนเงินเป็นเพียงหลักฐานการชำระหนี้ แต่ไม่ใช่ใบเสร็จรับเงิน หากมีแค่สลิปแต่ไม่มีใบเสร็จแนบ สรรพากรไม่รับฟัง
  • 3. ค่าแรงคนงานรายวัน การจ่ายเงินสดให้ลูกน้องหรือฟรีแลนซ์ โดยไม่มีสำเนาบัตรประชาชนประกอบ และไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งกรมสรรพากร

The Trap: กับดัก 2 ต่อ... เงินหายแต่ภาษีงอก

เมื่อสรรพากรวินิจฉัยว่ารายจ่ายของคุณเป็น "รายจ่ายต้องห้าม" สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ความน่ารำคาญใจ แต่มันคือหายนะทางการเงินที่ทำให้คุณเสียเปรียบถึง 2 ทาง หรือที่เราเรียกกันว่า "โดน 2 เด้ง"

เด้งที่ 1 เสียเงินสดฟรี (เงินต้นหาย) เงินออกจากกระเป๋าคุณไปแล้วจริงๆ คุณจ่ายให้ซัพพลายเออร์ จ่ายให้ลูกน้อง ไปจนหมดเกลี้ยง เงินก้อนนี้เรียกคืนไม่ได้ และนำไปสร้างประโยชน์ทางภาษีก็ไม่ได้เช่นกัน เท่ากับว่าคุณมีต้นทุนธุรกิจที่ "สูญเปล่า" ในทางบัญชี
เด้งที่ 2 เสียภาษีเพิ่ม (หนี้งอก) ในเมื่อสรรพากรไม่ยอมรับรายจ่ายก้อนนั้น กฎหมายจะถือว่าเงินก้อนนั้นยังคงเป็น "กำไร" ของบริษัท คุณจึงมีหน้าที่ต้องควักเนื้อตัวเอง เพื่อจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลอีก 20% ของยอดนั้น
ตัวอย่างความเสียหายจาก "บิลเงินสด 1 ใบ"
จ่ายเงินซื้อของจริง 100,000 บาท
(+) โดนภาษีเพิ่มอีก 20% 20,000 บาท
ต้นทุนความเสียหายรวม 120,000 บาท

(เสียหายเพิ่มทันที 20% เพียงเพราะขาดเอกสารที่ถูกต้อง)

The Solution: เปลี่ยนกระดาษเปล่า ให้เป็นเกราะกันภาษี

อย่าปล่อยให้เงินสดไหลออกจากกระเป๋าไปฟรีๆ เพียงเพราะคำว่า "ไม่มีบิล" นี่คือ 3 เทคนิคที่จะช่วยเปลี่ยนรายจ่ายต้องห้าม ให้กลับมาเป็นรายจ่ายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

1 ใช้ใบสำคัญรับเงินคู่กับสำเนาบัตรประชาชน
สำหรับร้านค้าโชห่วย ตลาดนัด หรือฟรีแลนซ์ที่ออกบิลให้เราไม่ได้ ทางออกคือการทำเอกสารภายในที่เรียกว่า "ใบสำคัญรับเงิน" ขึ้นมาเอง หัวใจสำคัญคือ "ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงิน" พร้อมลายเซ็นรับเงินจริง เพียงเท่านี้ กระดาษแผ่นนี้ก็จะกลายเป็นหลักฐานที่สรรพากรยอมรับทันที
2 ใช้การหัก ณ ที่จ่ายเป็นเกราะป้องกัน
ไม่มีหลักฐานชิ้นไหนที่สรรพากรจะเชื่อถือไปมากกว่า "หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย" เพราะเอกสารใบนี้ยืนยันว่ามีการจ้างงานจริง และมีการนำส่งภาษีส่วนหนึ่งให้รัฐแล้ว การทำหัก ณ ที่จ่าย จึงเป็นเครื่องมือยืนยันความบริสุทธิ์ใจที่ดีที่สุด
3 ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อความคุ้มค่าระยะยาว
เลิกนิสัย "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" การซื้อของถูกที่ไม่มีบิล อาจดูเหมือนประหยัดในตอนแรก แต่เมื่อโดนบวกกลับทางภาษี ต้นทุนจริงอาจแพงกว่า

สูตรจำง่ายๆ

ซื้อถูก (ไม่มีบิล) = เสี่ยงโดนภาษีเพิ่ม 20%
ซื้อแพง (มีบิล VAT) = จ่ายเพิ่มแค่ 7% (แถมเคลมคืนได้)

บทสรุปคดี

บทเรียนสำคัญที่สุดจากคดีกำไรทิพย์นี้ ไม่ใช่เรื่องของเทคนิคทางบัญชีที่ซับซ้อน แต่มันคือการทำความเข้าใจกฎกติกาพื้นฐานของเกมภาษีที่ว่า

"ในโลกของภาษี...
'ความจริง' ไม่สำคัญเท่า 'หลักฐาน' ครับ"

อย่าปล่อยให้กำไรที่ไม่มีอยู่จริง มากัดกินสภาพคล่องของบริษัทคุณ เพียงเพราะความละเลยในการจัดการเอกสาร

คุณกำลังจ่ายภาษีจาก "กำไรทิพย์" อยู่หรือเปล่า

ส่งงบการเงินและตัวอย่างบิลค่าใช้จ่ายมาให้ผมช่วยตรวจทาน เพื่อเปลี่ยนรายจ่ายต้องห้าม ให้กลับมาเป็นเกราะป้องกันภาษีของคุณ

จองเวลาวางแผนภาษี
WONGWARIT : The Tax Strategist
Scroll to Top